พี่เนตรกำลังต้องการความช่วยเหลือ

เรื่องมีอยู่ว่า.... เพื่อนพี่เนตรกำลังจะแต่งงานในเร็วๆนี้

ที่ว่ามานั่นเป็นธรรมดาโลก แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือตัวพี่เนตรเอง เพราะปกติพี่แกจะแต่งเสื้อยืดกางเกงยีนส์ และยิ่งไปกว่านั้น วันใดที่พี่เนตรแต่งสวยมา.... ก็จะโดนคนทั้งบริษัท ตั้งแต่ยามหน้าประตู ไปจนคนในแผนก ต่างแผนก แม้กระทั่งซีเนียร์.... เมเนเจอร์....จะช่วยกันรุมประณามแอนด์ขว้างปาของใส่

อย่างไรก็ตาม เพื่อนที่กำลังจะแต่งงานของพี่เขาคนนี้เป็นเพื่อนรักจริงๆ พี่เนตรจึงต้องจำทนเจียดเงินค่าซื้อบัตร@Cash ไปหาอุปกรณ์มาแต่งสวยแทน

 

 

นี่คือพี่เนตร เกรียนหญิง Cabal เลเวลเหยียบร้อย วันๆใช้ชีวิตไปกับการลงดัน อัพเลเวล ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องล็อคอินเพื่อขายของ ความภูมิใจของพี่แกคือ ข่มขู่ เอ้ย หว่านล้อมGM จนได้มอเตอร์ไซค์มาขี่ร่อนไปร่อนมาอยู่วันสองวัน

 

นี่คือโฉมหน้าแฟชั่นนิสต้าผู้จะมาเปลี่ยนชีวิตของพี่เนตร

ทางซ้าย พี่ก้อย สาวงามผู้หาเรื่องทะเลาะได้กับทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ถุงกล้วยแขก ทว่าเซนส์ในเรื่องของSale และต่อราคาไม่เป็นรองใคร ทางขวา ไอ้(หรืออี)ฮุ่ย แพนด้าเพศเมียผู้หลงแสงสีจนทิ้งผัวมาอยู่ในเมืองกรุง วันนี้มาช่วยตัดสินใจ และปล่อยคำถากถางเป็นระยะๆ

 

แรกสุดฮุ่ยได้นำคอเลคชั่นชุดกาล่าดินเนอร์มาให้พี่เนตรเลือก

นับจากซ้าย สีชมพูลายจุด ที่จริงฮุ่ยซื้อเพื่อประชดบุพการี เพราะโดนหาว่าแต่งตัวสีทึมเกินไป(ก็แพนด้าขนมันมีแค่สีขาวดำไม่ใช่เรอะ) หารู้ไม่ว่านอกจากจะเป็นการทำร้ายมารดาที่ไปออกงานด้วยกันแล้ว ยังเป็นการทำร้ายตัวเองด้วย

สีขาว ทั้งๆที่ชอบมากแต่กลับใส่ไม่ได้ เพราะมันสั้นไปจนปิดขาปูดน่องโป่งได้ไม่มิด ฮุ่ยเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจนี้ไว้ตลอดมา

สีส้ม ซื้อตอนไปงานแต่งเพื่อนที่นครสวรรค์ เแต่งานแต่งนั้นจัดกลางทุ่งนา คอนเซบป์ออกแนวงานทอดกฐิน กลิ่นโคลนสาปควายคละคลุ้ง เลยไม่ได้ใส่อยู่ดี

สีเทาลายจุด ใช่จ้ะเทอ ลายจุดอีกแล้ว การที่ฮุ่ยบ้าลายจุด อาจเป็นเพราะเบื่อลายขวางขาวดำบนพุงตัวเองก็เป็นได้

 

พี่เนตรเอาไปลองในห้องน้ำ เป็นเรื่องน่าแปลกที่แกไม่สามารถแยกแยะได้ระหว่างด้านหน้า และด้านหลังของเสื้อ เลยใส่กลับด้านตลอด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแกได้ตัวสีเทา

 

หลังจากตกลงกันได้ว่าจะไปแพลตตินั่มประตูน้ำ ทั้ง 3 ชีวิตนั่งเรือด่วนจาก 4 แยกคลองตันไปทันที ได้อารมณ์เหมือนนั่งเรือบานาน่าโบ๊ท ระหว่างทางมีน้ำคลองกระเซ็นพอให้เป็นขี้กลากจางๆ

 

เรือด่วนคลองแสนแสบนั้นเร็วมาก ไปถึงก็ห้างปิดพอดี พี่ก้อยจึงเสนอให้ไปตายดาบหน้าที่สวนลุมไนท์บาร์ซาร์

 

จาก BTS ศาลาแดง ตัวโง่ทั้งสามก็พร้อมใจกันเดิน ด้วยความเข้าใจว่าสวนลุมไนท์ฯต้องอยู่ติดกับสวนลุมฯ เฉกเช่นต้นมะขามต้องอยู่สนามหลวง จนผ่านไปเกือบหนึ่งกิโล ทั้งสามถึงเริ่มหายโง่.....

 

บ้านนอกทั้งสามเลยไปถามคุณพี่มอเตอร์ไซค์ฮ่าง ได้ความว่าสวนลุมฯไนท์ กับสวนลุมฯอยู่ใกล้กันนิดเดียว เดินไปอีกซัก 200 เมตรนิดๆก็ถึง (ยังไม่ได้รวมระยะทางที่เดินจากศาลาแดงเลยนะ)

 

ในที่สุดก็มาถึงหน้าสวนลุมไนท์ฯ สิ่งที่น่าเจ็บใจยิ่งนักคือ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมันอยู่ข้างหน้าพอดี (จะเดินมาทำไมกันเนี่ย อยากพิสูจน์อะไรเหรอ ความโง่ใช่มั้ย)

 

การที่รถไฟฟ้าใต้ดินมาโผล่ตรงนั้น ควรถือเป็นความผิดของภาครัฐ.... เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสามก็สบายใจ และชี้ชวนกันดูประตูที่สร้างเลียนแบบนคนวัดกันอย่างหนุกหนาน....หนุกหนาน

 

เมื่อตระหนักได้ว่าชุดที่ใส่นั้นเปิดไหล่ หากใส่เสื้อคลุมนั้นก็จะดูป้อด แต่ถ้าเปิดไปเลยก็คงหนาวแแอร์โรงแรมตาย (อย่าลืมว่าปกติพี่เนตรไม่ใส่เสื้อโชว์เนื้อโชว์หนัง จึงมีภูมิต้านทานความหนาวน้อยกว่าวัยรุ่นสายเดี่ยวทั่วไป) ข้อสรุปที่ได้คือ หาผ้าคลุมไหล่ซักผืน และผืนที่ได้เป็นไหมไทย 100% (ช่วยได้มากกกก)

 

อดีตพี่เนตรเคยมีรองเท้าออกงานอยู่คู่หนึ่ง แต่ปัจจุบันมันสมควรจะเอาไปทำฟืนได้แล้ว ลูบทีเสี้ยนไม้แทบจะติดออกมาด้วย

แรกสุดพี่เนตรติดใจคู่สีเทา ทว่าด้านหน้าของรองเท้านั้นตื้นไปจนเห็นง่ามเท้า และชันนะตุแพลมออกมา เลยต้องตัดใจ หลังจากลองรองเท้าจนจะหมดร้าน ก็ไปเจอรองเท้าสีเงิน ซึ่งพอดีราวกับว่ามันเกิดมาเพื่อพี่เนตรยังไงยังงั้น

 

มันเป็นวินาทีแห่งชัยชนะอย่างแท้จริง พี่เนตรได้ไอเทมครบจนได้ พี่ก้อยและฮุ่ยถึงกับแอบปาดน้ำตา พวกเราจะได้กลับบ้านซักที แต่จู่ๆ พี่ก้อยก็พูดขึ้นมาว่า ตาฉันบ้างซี่....

พี่เนตรนั้นไม่สามารถว่าอะไรได้ เพราะพี่ก้อยสู้อุตส่าห์พาพี่เนตรหาของจนครบ เราจึงต้องผจญชะตากรรมในสวนลุมไนท์ฯต่อไป

 

แรกๆ พี่ก้อยก็บอกให้เดินไปทางโน้นทางนี้ แต่ตัวเองน่ะอยู่ข้างหลัง อีกสองตัวเลยหมุนติ้วๆเป็นลูกข่าง หนักๆเข้าพี่เนตรชักทนไม่ไหวเลยไล่พี่ก้อยไปเดินข้างหน้า

เท่านั้นแหละ.... พี่ก้อยเลยโชว์สเตปเทพ พุ่งเข้าซอยนี้ ผลุบเข้าซอยโน้น ทิ้งให้พี่เนตรกับฮุ่ยปรับทุกข์กันสองคน

พี่เนตร: เออ ไอ้ฮุ่ย ชั้นดูรายการอะไรซักอย่างที่มันมีเสตจให้คนขึ้นไปร้องเพลง แล้วก็มีเนวิเกเตอร์คอยวิจารณ์

ฮุ่ย: (ฮู้ย โง้โง่ว.... คิดในใจ) มันเรียกว่าคอมเม้นท์เตเตอร์ไม่ใช่เร่อ เนว